พิพิธภัณฑ์​วัดสิรินธรวรารา​มภูพร้าว​: เมืองเรืองแสง​

พิพิธภัณฑ์​วัดสิรินธรวรารา​มภูพร้าว​: เมืองเรืองแสง​

กำลังโหลดที่อยู่...

พิพิธภัณฑ์​วัดสิรินธรวรารา​มภูพร้าว​: เมืองเรืองแสง​

0.0
(0)

เปิดทุกวัน เวลา 06.00-21.00 น. Everyday from 06.00AM - 09.00PM - 0 bath / per person

0-4524-3770

ดูแผนที่

museumpool.com/thne_watsirindhorn/

พิพิธภัณฑ์ จังหวัด

รายละเอียด

พิพิธภัณฑ์​วัดสิรินธรวรารา​มภูพร้าว​: เมืองเรืองแสง​วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว หรือ วัดภูพร้าว แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของอุบลราชธานี วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว หรือ วัดภูพร้าว อีกชื่อหนึ่งที่นิยมเรียกกันก็คือ วัดเรืองแสง วัดนี้จะตั้งอยู่บนเนินเขาสูง ในอำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี วัดสิรินธรวรารามภูพร้าวจำลองสภาพแวดล้อมของวัดป่าหิมพานต์หรือเขาไกรลาศ บนยอดเขาเราจะสามารถมองเห็นพระอุโบสถสีปัดทองตั้งเด่นเป็นสง่า ด้านหลังของอุโบสถจะเป็นงานจิตรกรรมเรืองแสงสีเขียวของต้นกัลปพฤกษ์ที่อยู่ด้านหลังของอุโบสถ ซึ่งในเวลากลางคืน สวยงามมากจริงๆ ประวัติวัดสิรินธรวรามภูพร้าว ท่านพระอาจารย์บุญมากเป็นผู้ริเริ่ม ท่านเป็นคนฝั่งลาวจำปาสักเข้ามาเผยแพร่อบรมสมาธิทางฝั่งไทย และได้ปักกลด ที่ภูพร้าวแห่งนี้ในปี 2497-2498 ต่อมาปี 2516ท่านได้ขอบิณฑบาตพื้นที่ให้เป็นวัดจากทางหน่วยทหารและทางราชการ อ.พิบูลมังสาหาร ทางอำเภอจึงให้ตั้งชื่อวัดว่า วัดสิรินธรวราราม หลังจากนั้นท่านพระอาจารย์บุญมากต้องกลับประเทศลาว ทิ้งให้วัดร้างหลายสิบปี จนกระทั่งปี 2542 พระครูกมล ลูกศิษย์ของท่านได้ค้นพบวัดอีกครั้งและบูรณะให้กลับมาเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมได้ดังเดิม หลังจาก พระครูกมลละสังขารไปในปี 2549 พระครูปัญญาก็เข้ามารับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดและสานต่องานสร้างวัดต่อไป อย่างต้นกัลปพฤกษ์ เรืองแสง ส่วนพระอุโบสถยังมีการแต่งเติมอยู่เรื่อยๆ อุโบสถวัดสิรินธรวรามภูพร้าว อุโบสถวัดสิรินธรวรามภูพร้าว เป็นอุโบสถที่มีความสวยงาม ตัวอุโบสถมีต้นแบบมาจากวัดเชียงทอง ประเทศลาว แต่มีความกว้างมากกว่า 1 เท่า และความยาวมากกว่า 2 เท่าทางเข้าเป็นต้นสาละ เขยิบเข้ามาเป็นต้นมะขามป้อม ต้นสมอ เสาแต่ละต้นเขียนภาพลงลวดลายด้วยมือ โดยรอบนอกเป็นลายดอกบัวและสัตว์ทั้งหลายตามคติบัว 4 เหล่า หัวใจหลักของการทำพุทธศิลป์ คือ การนำเสนอ งานศิลปะที่เกิดจากความสงบ ความเพียร ความอดทน และวิสัยทัศน์ งานแต่ละชิ้นต้องคิดจากความคิดอันวิจิตรและขบคิดมาก่อนทั้งสิ้น อย่างแนวคิดการจำลองให้วัดเป็นเขาพระสุเมรุ ด้านในสุดของพระอุโบสถ เป็นพระประธานซึ่งมีผู้นำมาถวายวัด ดั้งเดิมเป็นองค์พระพุทธชินราช ที่คล้ายพระพุทธชินราชในจังหวัดพิษณุโลก แต่ช่างคณากรได้ออกแบบใหม่โดยถอดรัศมีและพระเกตุมาลาออก แล้วแกะสลักไม้เป็นต้นโพธิ์ไปวางอยู่ด้านหลังพระประธาน ด้านหลังพระอุโบสถ มีภาพประติมากรรมเรืองแสงต้นกัลปพฤกษ์ ฝีมือการออกแบบของ “ช่างคณากร ปริญญาปุณโณ” โดยการติดโมเสกแต่ละชิ้นด้วยตัวเอง โดยมีแรงบันดาลใจมาจากต้นไม้แห่งชีวิต ในภาพยนตร์เรื่องอวตาร โดยใช้สารเรืองแสง หรือ สารฟลูออเรสเซนต์รอบต้น คุณสมบัติของสารฟลูออเรสเซนต์จะรับแสงพระอาทิตย์ในตอนกลางวัน และปล่อยพลังงานออกมาในตอนกลางคืน มุมมองในต้นกัลปพฤกษ์ (ไม้สารพัดนึก) องค์กรใดก็ตามที่มีบุคลากรทำหน้าที่ของตนได้อย่างสมบูรณ์เป็นธรรม กิจการขององค์กรนั้น ๆ ย่อมสัมฤทธิ์ผลเจริญรุ่งเรืองและมั่นคง ยังส่งผลให้ออกมาก่อเกิดความเอื้อเฟื้อแบ่งปันและสงเคราะห์ช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้ในยามวิกฤต ดั่งที่เห็นเมื่อเกิดมหาภัยพิบัติต่าง ๆ ตามทั่วทุกมุมโลก ความดีเหล่านี้แผ่ไปทั่วโลกธาตุเป็นที่รักของมหาชน เปรียบองค์กรนี้เหมือนต้นกัลปพฤกษ์ไม้สารพัดนึกที่ออกผลได้ตามความต้องการ สมดังพุทธสุภาษิตที่กล่าวว่า “เมตตาธรรมค้ำจุนโลก” นอกจากความมหัศจรรย์ของพระอุโบสถแล้ว วัดแห่งนี้ยังมีจุดชมวิวทิวทัศน์ซึ่งเป็นวิวลำน้ำโขง และบริเวณด้านหลังพระอุโบสถเป็นจุดชม วิวทิวทัศน์ของฝั่งประเทศลาวและมองเห็นด่านสากลช่องเม็กอย่างสวยงามรวมทั้งอ่างเก็บน้ำที่ อยู่บริเวณเชิงเขาคล้ายกับทะเลสาป โดยเฉพาะในช่วงพระอาทิตย์ตกดิน เราจะได้เห็นพระอาทิตย์ดวงโตซึ่งเป็นบรรยากาศที่สวยงามมาก การเดินทางไปยังวัดภูพร้าว ตัววัดจะอยู่ห่างจากตัวจังหวัดอุบลราชธานีราว 70 กิโลเมตร หากเดินทางจากจุดเริ่มต้นที่ตัวจังหวัด ให้ตรงไปยังเส้นทางไป อำเภอพิบูลมังสาหาร เมื่อถึงอำเภอพิบูลมังสาหารแล้วจะมีสามแยกไฟแดง ให้เลี้ยวซ้ายไปทางอำเภอสิรินธร ขับตรงไปยังเส้นนั้นซึ่งสามารถไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวอย่างพัทยาน้อย ทะเลน้ำจืดคนอุบล หรือเขื่อนสิรินธร ซึ่งอยู่ระหว่างทางได้ และวัดจะอยู่ก่อนถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองช่องเม็กประมาณ 3 กม. ทางซ้ายมือจะมีป้ายบอกทางเข้าวัดที่ถนนใหญ่ โดยเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 2 กม. เวลาทำการ ทุกวัน : 06.00 - 21.00 น.
สระอโนดาต
สระอโนดาต
คนธรรพ์
คนธรรพ์
กินนร
กินนร
พญานาคสามเศียร – คู่หน้าโบสถ์ (ทิศเหนือ)
พญานาคสามเศียร – คู่หน้าโบสถ์ (ทิศเหนือ)
กินรี
กินรี
นาคปักษิณคาบแก้ว
นาคปักษิณคาบแก้ว
ลูกนิมิตปิดทอง
ลูกนิมิตปิดทอง
ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรไทย
ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรไทย
ศาลาธรรม
ศาลาธรรม
คชนาคา (ช้างผสมนาค)-หางหงส์
คชนาคา (ช้างผสมนาค)-หางหงส์
ช้างแก้ว
ช้างแก้ว
โครงการอนุรักษ์พันธุ์ม้าแคระ
โครงการอนุรักษ์พันธุ์ม้าแคระ
ศาลาศิลปินต้นน้ำ (ศิลปินชาวไทย)
ศาลาศิลปินต้นน้ำ (ศิลปินชาวไทย)
คชปักษา
คชปักษา
อคิลานัง (เรือนสมุนไพร)
อคิลานัง (เรือนสมุนไพร)
ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรไทย
ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรไทย
คชสีห์
คชสีห์
ไกรสรปักษา
ไกรสรปักษา
นกการเวก
นกการเวก
หินมะพร้าว
หินมะพร้าว
จุดชมวิวภูมะโรง
จุดชมวิวภูมะโรง
เสาภาพวาดจิตกรรมป่าหิมพานต์
เสาภาพวาดจิตกรรมป่าหิมพานต์
ต้นกัลปพฤกษ์เรืองแสง
ต้นกัลปพฤกษ์เรืองแสง
ต้นโพธิ์หลังพระประธาน
ต้นโพธิ์หลังพระประธาน
ธาตุดิน (มุมศาลาทิศตะวันตกเฉียงใต้)
ธาตุดิน (มุมศาลาทิศตะวันตกเฉียงใต้)
ธาตุน้ํา (มุมศาลาทิศตะวันตกเฉียงเหนือ)
ธาตุน้ํา (มุมศาลาทิศตะวันตกเฉียงเหนือ)
ภาพนิมิตหลวงปู่สีทน
ภาพนิมิตหลวงปู่สีทน
เจดีย์หลวงปู่สีทน (เจ้าอาวาส รูปที่ 2 : นักบุกเบิก)
เจดีย์หลวงปู่สีทน (เจ้าอาวาส รูปที่ 2 : นักบุกเบิก)
ธาตุลม (มุมศาลาทิศตะวันตกเฉียงใต้)
ธาตุลม (มุมศาลาทิศตะวันตกเฉียงใต้)
เจดีย์หลวงปู่ฐิติปัญญานุสรณ์(เจ้าอาวาสองค์แรก : จุดนั่งสมาธิ)
เจดีย์หลวงปู่ฐิติปัญญานุสรณ์(เจ้าอาวาสองค์แรก : จุดนั่งสมาธิ)
ธาตุไฟ (มุมศาลาทิศตะวันตกเฉียงเหนือ)
ธาตุไฟ (มุมศาลาทิศตะวันตกเฉียงเหนือ)
พระประธาน
พระประธาน
กำลังโหลด...